<?xml version="1.0" encoding="UTF-8" ?><!-- generator=Zoho Sites --><rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"><channel><atom:link href="https://www.pro-vila.com/blogs/tag/food-import-thailand/feed" rel="self" type="application/rss+xml"/><title>Provila Logistics - Blog #Food Import Thailand</title><description>Provila Logistics - Blog #Food Import Thailand</description><link>https://www.pro-vila.com/blogs/tag/food-import-thailand</link><lastBuildDate>Wed, 21 Oct 2026 04:38:36 -0700</lastBuildDate><generator>http://zoho.com/sites/</generator><item><title><![CDATA[Importing Skim Milk Powder from the USA to Thailand: A Practical Customs Clearance Guide]]></title><link>https://www.pro-vila.com/blogs/post/import-skim-milk-powder-usa-thailand</link><description><![CDATA[<img align="left" hspace="5" src="https://www.pro-vila.com/Provila Logistics.png"/>Real shipment case study explaining how Skim Milk Powder is imported from the USA to Thailand, including WTO quota procedures with DFT, shipping documents, LPI, Thai FDA procedures, customs clearance, import duty, VAT and final delivery.]]></description><content:encoded><![CDATA[<div class="zpcontent-container blogpost-container "><div data-element-id="elm_2kcha6abQB23KSxe5UGrCw" data-element-type="section" class="zpsection "><style type="text/css"></style><div class="zpcontainer-fluid zpcontainer"><div data-element-id="elm_otSowUR_QPirss7xN0tE1g" data-element-type="row" class="zprow zprow-container zpalign-items- zpjustify-content- " data-equal-column=""><style type="text/css"></style><div data-element-id="elm_C_5qC_8ORiO3As2f1hzkPw" data-element-type="column" class="zpelem-col zpcol-12 zpcol-md-12 zpcol-sm-12 zpalign-self- "><style type="text/css"></style><div data-element-id="elm_MJSYw6HNTdKkiigNKuYj-w" data-element-type="heading" class="zpelement zpelem-heading "><style></style><h2
 class="zpheading zpheading-align-left zpheading-align-mobile-center zpheading-align-tablet-center " data-editor="true"><span style="font-size:18px;">การนำเข้า Skim Milk Powder (นมผงขาดมันเนย) เข้ามาในประเทศไทย แตกต่างจากการนำเข้าสินค้าทั่วไป เพราะไม่ได้มีเพียงขั้นตอนจองเรือ นำสินค้าเข้าไทย ยื่นใบขน และชำระภาษีเท่านั้น สินค้าประเภทนี้เกี่ยวข้องกับทั้ง กรมการค้าต่างประเทศ (DFT), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Thai FDA) และ กรมศุลกากร (Thai Customs) ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเรือมาถึงประเทศไทย แต่ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่ ก่อนสั่งสินค้าและก่อนต้นทางจัดส่ง ใน Case Study นี้ Provila จะพาไปดูขั้นตอนของการนำเข้า Skim Milk Powder จากสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ WTO การเตรียมเอกสาร การทำ LPI การผ่านด่าน อย. ไปจนถึงการผ่านพิธีการศุลกากรและนำตู้สินค้าออกจากท่า สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เคยนำเข้าสินค้าประเภทนี้มาก่อน บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพของทั้งกระบวนการได้ง่ายขึ้นSkim Milk Powder (นมผงขาดมันเนย) เข้ามาในประเทศไทย แตกต่างจากการนำเข้าสินค้าทั่วไป เพราะไม่ได้มีเพียงขั้นตอนจองเรือ นำสินค้าเข้าไทย ยื่นใบขน และชำระภาษีเท่านั้น สินค้าประเภทนี้เกี่ยวข้องกับทั้ง กรมการค้าต่างประเทศ (DFT), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Thai FDA) และ กรมศุลกากร (Thai Customs) ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเรือมาถึงประเทศไทย แต่ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่ ก่อนสั่งสินค้าและก่อนต้นทางจัดส่ง ใน Case Study นี้ Provila จะพาไปดูขั้นตอนของการนำเข้า Skim Milk Powder จากสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ WTO การเตรียมเอกสาร การทำ LPI การผ่านด่าน อย. ไปจนถึงการผ่านพิธีการศุลกากรและนำตู้สินค้าออกจากท่า สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เคยนำเข้าสินค้าประเภทนี้มาก่อน บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพของทั้งกระบวนการได้ง่ายขึ้น</span></h2></div>
<div data-element-id="elm_15Zkc1VyuP5dPBYb5vExRA" data-element-type="image" class="zpelement zpelem-image "><style> @media (min-width: 992px) { [data-element-id="elm_15Zkc1VyuP5dPBYb5vExRA"] .zpimage-container figure img { width: 1110px ; height: 740.00px ; } } </style><div data-caption-color="" data-size-tablet="" data-size-mobile="" data-align="center" data-tablet-image-separate="false" data-mobile-image-separate="false" class="zpimage-container zpimage-align-center zpimage-tablet-align-center zpimage-mobile-align-center zpimage-size-fit zpimage-tablet-fallback-fit zpimage-mobile-fallback-fit hb-lightbox " data-lightbox-options="
                type:fullscreen,
                theme:dark"><figure role="none" class="zpimage-data-ref"><span class="zpimage-anchor" role="link" tabindex="0" aria-label="Open Lightbox" style="cursor:pointer;"><picture><img class="zpimage zpimage-style-none zpimage-space-none " src="/Provila%20Logistics.png" size="fit" data-lightbox="true"/></picture></span></figure></div>
</div><div data-element-id="elm_cqXbwpGGReeqUvfaoOnpQw" data-element-type="text" class="zpelement zpelem-text "><style></style><div class="zptext zptext-align-center zptext-align-mobile-center zptext-align-tablet-center " data-editor="true"><p style="text-align:left;"></p><div><h2 style="text-align:center;">Shipment Overview</h2><p></p><div style="text-align:left;"><strong>Product:</strong> Skim Milk Powder</div><strong><div style="text-align:left;"><strong>Origin:</strong><span style="font-weight:normal;"> United States of America</span></div></strong><strong><div style="text-align:left;"><strong>Destination:</strong><span style="font-weight:normal;"> Thailand</span></div></strong><strong><div style="text-align:left;"><strong>HS Code used for this shipment:</strong><span style="font-weight:normal;"> 0402.10.41</span></div></strong><strong><div style="text-align:left;"><strong>Import Duty used for this shipment:</strong><span style="font-weight:normal;"> 5%</span></div></strong><strong><div style="text-align:left;"><strong>VAT:</strong><span style="font-weight:normal;"> 7%</span></div></strong><p></p><blockquote><p style="text-align:left;"><strong>Important:</strong> HS Code อัตราอากร สิทธิทางการค้า และข้อกำหนดในการนำเข้า ควรตรวจสอบตามรายละเอียดสินค้าจริง ประเทศต้นกำเนิด และสิทธิที่ใช้ในแต่ละ Shipment ก่อนนำเข้า</p></blockquote><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">ก่อนอื่น ทำไม Skim Milk Powder ถึงนำเข้าไม่เหมือนสินค้าทั่วไป?</h2><p style="text-align:left;">นมผงขาดมันเนยอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ประเทศไทยมีมาตรการควบคุมการนำเข้า โดยกรมการค้าต่างประเทศระบุพิกัดที่เกี่ยวข้อง รวมถึง <strong>0402.10.41.000</strong> และสำหรับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดและส่งมาจากประเทศสมาชิก WTO มีระบบหนังสือรับรองสิทธิชำระภาษีภายใต้โควตา WTO ที่เกี่ยวข้อง </p><p style="text-align:left;">ในปี 2569 DFT ยังมีประกาศจัดสรรปริมาณนำเข้า <strong>นมผงขาดมันเนย</strong> ที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณี WTO อยู่ ดังนั้นก่อนสั่งสินค้า ผู้นำเข้าควรตรวจสอบก่อนว่า <strong>มีสิทธิและปริมาณที่สามารถใช้กับ Shipment นั้นเพียงพอหรือไม่</strong></p><p style="text-align:left;">พูดง่าย ๆ คือ:</p><p style="text-align:left;"><strong>อย่าเพิ่งให้ Supplier ส่งสินค้า เพียงเพราะ Freight พร้อม</strong></p><p style="text-align:left;">ต้องตรวจเรื่องสิทธิการนำเข้าและเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะหากสินค้ามาถึงประเทศไทยแล้วแต่เอกสารหรือสิทธิไม่พร้อม การแก้ไขภายหลังอาจยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น</p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 1: ตรวจสอบ WTO Quota กับ DFT ก่อนนำเข้า</h2><p style="text-align:left;">สำหรับ Shipment นี้ ขั้นตอนแรกของเราคือการตรวจสอบเรื่อง <strong>WTO Quota</strong> กับกรมการค้าต่างประเทศ</p><p style="text-align:left;">ผู้นำเข้าต้องตรวจสอบสิทธิและปริมาณที่ได้รับจัดสรรก่อนว่า สามารถนำมาใช้กับปริมาณสินค้าที่กำลังจะนำเข้าได้หรือไม่</p><p style="text-align:left;">ตัวอย่างง่าย ๆ:</p><p style="text-align:left;">ถ้าบริษัทได้รับสิทธินำเข้าตามโควตาจำนวนหนึ่ง ก็ไม่ควรสั่งสินค้าเกินกว่าปริมาณสิทธิที่สามารถนำมาใช้กับ Shipment นั้นโดยไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไขให้เรียบร้อยก่อน</p><p style="text-align:left;">DFT มีหลักเกณฑ์และประกาศการจัดสรรสำหรับนมผงขาดมันเนยโดยเฉพาะ จึงควรตรวจสอบประกาศของปีที่นำเข้าทุกครั้ง ไม่ควรอ้างอิงจาก Shipment เก่าเพียงอย่างเดียว </p><p style="text-align:left;"><strong>นี่จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ควรทำก่อนสินค้าออกจากสหรัฐอเมริกา</strong></p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 2: สั่งสินค้า และเตรียมเอกสารให้ตรงกันตั้งแต่ต้นทาง</h2><p style="text-align:left;">เมื่อเรื่องสิทธิและปริมาณนำเข้าเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการสั่งซื้อและเตรียม Shipment</p><p style="text-align:left;">เอกสารหลักที่ใช้ใน Case Study นี้ ได้แก่:</p><ul><li style="text-align:left;"> Commercial Invoice </li><li style="text-align:left;"> Packing List </li><li style="text-align:left;"> Certificate of Origin (CO) </li><li style="text-align:left;"> Bill of Lading (B/L) </li><li style="text-align:left;"> Certificate of Analysis (COA) </li><li style="text-align:left;"> Health Certificate — หากมีหรือเกี่ยวข้องกับ Shipment </li></ul><p style="text-align:left;">จุดที่ต้องระวังมากคือ <strong>รายละเอียดสินค้าในเอกสารแต่ละชุดควรสอดคล้องกัน และต้องสอดคล้องกับสินค้าจริง</strong></p><p style="text-align:left;">เช่น ชื่อสินค้าใน Invoice, Packing List, COA และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรใช้ชื่อคนละแบบจนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน</p><p style="text-align:left;">และอย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจเฉพาะ PDF หรือเอกสารที่ส่งทางอีเมล</p><p style="text-align:left;"><strong>สินค้าจริงและฉลากบนถุงก็มีความสำคัญเช่นกัน</strong></p><p style="text-align:left;">ดังนั้นก่อน Supplier ปิดถุง ปิด Pallet หรือโหลดสินค้า ควรตรวจสอบรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้นทาง</p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 3: สินค้าเดินทางจาก USA → Thailand</h2><p style="text-align:left;">เมื่อเอกสารและเงื่อนไขการนำเข้าพร้อม จึงสามารถดำเนินการขนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศไทยได้</p><p style="text-align:left;">ระหว่างที่สินค้าเดินทาง สิ่งที่ Freight Forwarder และ Importer ควรทำไม่ใช่เพียงรอเรือเข้า แต่ควรเตรียมงานฝั่งประเทศไทยไว้ล่วงหน้า เช่น</p><p style="text-align:left;">ตรวจ ETA, ตรวจ B/L, เตรียมข้อมูลสำหรับ Import Declaration, ตรวจเอกสารประกอบ และวางแผนเรื่อง D/O, FDA และรถหัวลาก</p><p style="text-align:left;">การเตรียมก่อนเรือเข้า จะช่วยลดเวลาที่เสียไปหลังสินค้ามาถึงท่า</p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 4: สินค้ามาถึงประเทศไทย — แลก D/O</h2><p style="text-align:left;">เมื่อเรือมาถึงประเทศไทย ขั้นตอนหนึ่งที่ต้องดำเนินการคือ <strong>Delivery Order หรือ D/O</strong></p><p style="text-align:left;">D/O เป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการรับมอบสินค้า ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสายเรือหรือตัวแทนที่เกี่ยวข้อง</p><p style="text-align:left;">ก่อนดำเนินการควรตรวจสอบค่าใช้จ่าย เงื่อนไขการปล่อยสินค้า และเอกสารที่ต้องใช้ให้ครบถ้วน</p><p style="text-align:left;">จากนั้นจึงเดินหน้าสู่กระบวนการ Import Customs Clearance</p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 5: จัดทำใบขนสินค้าขาเข้า และชำระภาษี</h2><p style="text-align:left;">หลังจากข้อมูลพร้อม จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำ <strong>Import Customs Declaration หรือใบขนสินค้าขาเข้า</strong></p><p style="text-align:left;">สำหรับ Case Study นี้ใช้:</p><p style="text-align:left;"><strong>HS Code: 0402.10.41</strong></p><p style="text-align:left;">และตามสิทธิ/เงื่อนไขที่ใช้กับ Shipment นี้:</p><p></p><div style="text-align:left;"><strong>Import Duty: 5%</strong></div><strong><div style="text-align:left;"><strong>VAT: 7%</strong></div></strong><p></p><p style="text-align:left;">แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรนำไปใช้กับ Shipment อื่นโดยอัตโนมัติ เพราะอัตราที่เกิดขึ้นจริงอาจขึ้นอยู่กับพิกัดสินค้า ประเทศต้นกำเนิด สิทธิทางการค้า เอกสารรับรอง และเงื่อนไขของการนำเข้าแต่ละครั้ง</p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 6: ทำ LPI และผ่านด่าน Thai FDA</h2><p style="text-align:left;">นี่เป็นอีกจุดสำคัญมากสำหรับคนที่ไม่เคยนำเข้าอาหาร</p><p style="text-align:left;"><strong>LPI = License per Invoice</strong></p><p style="text-align:left;">Thai FDA ระบุว่า สำหรับการนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่าย เมื่อมีการนำเข้าแต่ละครั้ง ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ <strong>License per Invoice (LPI)</strong> ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และเมื่อสินค้ามาถึง จะมีขั้นตอนติดต่อด่านอาหารและยาเพื่อตรวจสอบสินค้าและเอกสาร </p><p style="text-align:left;">ระบบ LPI ปัจจุบันเชื่อมโยงกับระบบคำขอกลางผ่าน National Single Window (NSW) ตามขั้นตอนของ อย. </p><p style="text-align:left;">ดังนั้นลำดับงานโดยภาพรวมคือ:</p><p style="text-align:left;"><strong>เตรียม LPI → สินค้าถึงไทย → ยื่นเอกสาร/ดำเนินพิธีการกับด่าน อย. → ตรวจสอบตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง → ผ่านด่าน อย.</strong></p><p style="text-align:left;">อย. ระบุด้วยว่าเอกสารที่ใช้ในขั้นตอนตรวจสินค้านำเข้าอาจรวมถึง Invoice หรือใบตราส่งสินค้า, LPI และเอกสาร/ตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านฉลากอาหาร </p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 7: ผ่าน อย. แล้ว จึงเดินพิธีการศุลกากรต่อ</h2><p style="text-align:left;">สำหรับ Shipment นี้ หลังจากขั้นตอนของด่านอาหารและยาเรียบร้อยแล้ว งานจะเข้าสู่ขั้นตอนศุลกากรที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p style="text-align:left;">เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบข้อมูล เช่น</p><p style="text-align:left;"><strong>สินค้าอะไร → พิกัดอะไร → จำนวนเท่าไร → มูลค่าเท่าไร → เอกสารประกอบอะไร → สิทธิที่ขอใช้ถูกต้องหรือไม่</strong></p><p style="text-align:left;">นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเตรียมเอกสารตั้งแต่ต้นทางจึงสำคัญมาก</p><p style="text-align:left;">เพราะเมื่อสินค้าอยู่ในประเทศไทยแล้ว การพบว่าชื่อสินค้า ปริมาณ เอกสาร หรือรายละเอียดสำคัญไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้กระบวนการใช้เวลามากขึ้น</p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 8: Customs Release → รับตู้สินค้า → ส่งเข้าคลัง</h2><p style="text-align:left;">เมื่อผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องและ Customs Release เรียบร้อยแล้ว จึงประสานรถหัวลากเข้ารับ Container จากท่า</p><p style="text-align:left;">จากนั้น:&nbsp;<strong>Port → Truck Pickup → Customer Warehouse</strong></p><p style="text-align:left;">ถือเป็นช่วงสุดท้ายของ Physical Shipment แต่สำหรับสินค้าที่ใช้สิทธิภายใต้โควตา งานด้านเอกสารยังไม่ควรถือว่าจบเพียงเพราะตู้ถึงคลังแล้ว</p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Step 9: หลังนำเข้าสำเร็จ ต้องกลับไปปิดงานกับ DFT</h2><p style="text-align:left;">สำหรับ Case Study นี้ เมื่อใบขนขึ้นสถานะ <strong>0409</strong> และกระบวนการนำเข้าสำเร็จ จะดำเนินการรายงานการนำเข้ากับกรมการค้าต่างประเทศตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ DFT บันทึกการใช้ปริมาณตามสิทธิ/โควตาของผู้นำเข้า</p><p style="text-align:left;">จุดนี้หลายคนที่เพิ่งเริ่มนำเข้าอาจไม่ทันนึกถึง เพราะมักเข้าใจว่า:</p><blockquote><p style="text-align:left;">“ของออกจากท่าแล้ว = งานจบ”</p></blockquote><p style="text-align:left;">แต่สำหรับสินค้าที่มีระบบสิทธิหรือโควตา ต้องมองกระบวนการให้ครบทั้ง <strong>ก่อนนำเข้า → ระหว่างนำเข้า → หลังนำเข้าสำเร็จ</strong></p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">สรุปง่าย ๆ สำหรับคนที่ไม่เคยนำเข้า</h2><p style="text-align:left;">ถ้าจะนำเข้า Skim Milk Powder จากสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ประเทศไทย อย่าเริ่มต้นจากคำถามว่า</p><p style="text-align:left;"><strong>“ค่าขนส่งเท่าไร?”</strong></p><p style="text-align:left;">เพียงอย่างเดียว</p><p style="text-align:left;">แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า</p><p style="text-align:left;"><strong>“สินค้านี้นำเข้าได้ภายใต้เงื่อนไขอะไร และเอกสารพร้อมหรือยัง?”</strong></p><p style="text-align:left;">Flow ของ Case Study นี้จึงสามารถสรุปง่าย ๆ ได้ว่า:</p><p style="text-align:left;"><strong>ตรวจสอบ WTO Quota / DFT → สั่งสินค้า → ตรวจเอกสารและฉลาก → ขนส่งจาก USA → แลก D/O → ยื่นใบขนและชำระภาษี → LPI / Thai FDA → Customs Clearance → Truck Pickup → Delivery → รายงานการนำเข้าสำเร็จกับ DFT</strong></p><p style="text-align:left;">ถ้าวางแผนทุกอย่างก่อนสินค้าออกจากต้นทาง กระบวนการหลังสินค้ามาถึงประเทศไทยจะจัดการได้เป็นระบบมากกว่าการรอแก้ปัญหาเมื่อสินค้าเข้าท่าแล้ว</p><hr style="text-align:left;"/><h2 style="text-align:left;">Importing Food Products into Thailand?</h2><p style="text-align:left;">Provila provides end-to-end logistics coordination for import shipments into Thailand, including:</p><p style="text-align:left;"><strong>Sea Freight • Air Freight • Customs Clearance • Thai FDA Coordination • Import Documentation • D/O Coordination • Inland Transportation</strong></p><p style="text-align:left;">สำหรับสินค้าที่มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น <strong>Skim Milk Powder, food products หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานกำกับดูแล</strong> เราสามารถช่วยตรวจสอบกระบวนการและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ Shipment ก่อนเริ่มขนส่งได้</p><p></p><div style="text-align:left;"><strong>Provila Holding Co., Ltd.</strong></div><div style="text-align:left;">Your Logistics Partner</div><p></p><p></p><div style="text-align:left;">🌐 <a rel="noopener" href="http://www.pro-vila.com" rel="noopener">www.pro-vila.com</a></div><div style="text-align:left;">📧 <a href="mailto:sales@pro-vila.com" rel="noopener">sales@pro-vila.com</a></div><div style="text-align:left;">📞 +66 81 645 0898</div><p></p><p style="text-align:left;"><em>หมายเหตุ: บทความนี้อธิบายจากกระบวนการของ Shipment และข้อมูลกฎระเบียบที่ตรวจสอบ ณ เดือนกันยายน 2569 เงื่อนไขการนำเข้า พิกัดศุลกากร อัตราอากร โควตา WTO และข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐอาจแตกต่างกันตามสินค้า ประเทศต้นกำเนิด ผู้นำเข้า และช่วงเวลาที่นำเข้า ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดก่อนดำเนินการทุก Shipment</em></p></div><p></p></div>
</div></div></div></div></div></div> ]]></content:encoded><pubDate>Fri, 25 Sep 2026 09:56:22 +0000</pubDate></item></channel></rss>