การนำเข้า Skim Milk Powder (นมผงขาดมันเนย) เข้ามาในประเทศไทย แตกต่างจากการนำเข้าสินค้าทั่วไป เพราะไม่ได้มีเพียงขั้นตอนจองเรือ นำสินค้าเข้าไทย ยื่นใบขน และชำระภาษีเท่านั้น สินค้าประเภทนี้เกี่ยวข้องกับทั้ง กรมการค้าต่างประเทศ (DFT), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Thai FDA) และ กรมศุลกากร (Thai Customs) ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเรือมาถึงประเทศไทย แต่ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่ ก่อนสั่งสินค้าและก่อนต้นทางจัดส่ง ใน Case Study นี้ Provila จะพาไปดูขั้นตอนของการนำเข้า Skim Milk Powder จากสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ WTO การเตรียมเอกสาร การทำ LPI การผ่านด่าน อย. ไปจนถึงการผ่านพิธีการศุลกากรและนำตู้สินค้าออกจากท่า สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เคยนำเข้าสินค้าประเภทนี้มาก่อน บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพของทั้งกระบวนการได้ง่ายขึ้นSkim Milk Powder (นมผงขาดมันเนย) เข้ามาในประเทศไทย แตกต่างจากการนำเข้าสินค้าทั่วไป เพราะไม่ได้มีเพียงขั้นตอนจองเรือ นำสินค้าเข้าไทย ยื่นใบขน และชำระภาษีเท่านั้น สินค้าประเภทนี้เกี่ยวข้องกับทั้ง กรมการค้าต่างประเทศ (DFT), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Thai FDA) และ กรมศุลกากร (Thai Customs) ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเรือมาถึงประเทศไทย แต่ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่ ก่อนสั่งสินค้าและก่อนต้นทางจัดส่ง ใน Case Study นี้ Provila จะพาไปดูขั้นตอนของการนำเข้า Skim Milk Powder จากสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ WTO การเตรียมเอกสาร การทำ LPI การผ่านด่าน อย. ไปจนถึงการผ่านพิธีการศุลกากรและนำตู้สินค้าออกจากท่า สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เคยนำเข้าสินค้าประเภทนี้มาก่อน บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพของทั้งกระบวนการได้ง่ายขึ้น

Shipment Overview
Important: HS Code อัตราอากร สิทธิทางการค้า และข้อกำหนดในการนำเข้า ควรตรวจสอบตามรายละเอียดสินค้าจริง ประเทศต้นกำเนิด และสิทธิที่ใช้ในแต่ละ Shipment ก่อนนำเข้า
ก่อนอื่น ทำไม Skim Milk Powder ถึงนำเข้าไม่เหมือนสินค้าทั่วไป?
นมผงขาดมันเนยอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ประเทศไทยมีมาตรการควบคุมการนำเข้า โดยกรมการค้าต่างประเทศระบุพิกัดที่เกี่ยวข้อง รวมถึง 0402.10.41.000 และสำหรับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดและส่งมาจากประเทศสมาชิก WTO มีระบบหนังสือรับรองสิทธิชำระภาษีภายใต้โควตา WTO ที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2569 DFT ยังมีประกาศจัดสรรปริมาณนำเข้า นมผงขาดมันเนย ที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณี WTO อยู่ ดังนั้นก่อนสั่งสินค้า ผู้นำเข้าควรตรวจสอบก่อนว่า มีสิทธิและปริมาณที่สามารถใช้กับ Shipment นั้นเพียงพอหรือไม่
พูดง่าย ๆ คือ:
อย่าเพิ่งให้ Supplier ส่งสินค้า เพียงเพราะ Freight พร้อม
ต้องตรวจเรื่องสิทธิการนำเข้าและเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะหากสินค้ามาถึงประเทศไทยแล้วแต่เอกสารหรือสิทธิไม่พร้อม การแก้ไขภายหลังอาจยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
Step 1: ตรวจสอบ WTO Quota กับ DFT ก่อนนำเข้า
สำหรับ Shipment นี้ ขั้นตอนแรกของเราคือการตรวจสอบเรื่อง WTO Quota กับกรมการค้าต่างประเทศ
ผู้นำเข้าต้องตรวจสอบสิทธิและปริมาณที่ได้รับจัดสรรก่อนว่า สามารถนำมาใช้กับปริมาณสินค้าที่กำลังจะนำเข้าได้หรือไม่
ตัวอย่างง่าย ๆ:
ถ้าบริษัทได้รับสิทธินำเข้าตามโควตาจำนวนหนึ่ง ก็ไม่ควรสั่งสินค้าเกินกว่าปริมาณสิทธิที่สามารถนำมาใช้กับ Shipment นั้นโดยไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไขให้เรียบร้อยก่อน
DFT มีหลักเกณฑ์และประกาศการจัดสรรสำหรับนมผงขาดมันเนยโดยเฉพาะ จึงควรตรวจสอบประกาศของปีที่นำเข้าทุกครั้ง ไม่ควรอ้างอิงจาก Shipment เก่าเพียงอย่างเดียว
นี่จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ควรทำก่อนสินค้าออกจากสหรัฐอเมริกา
Step 2: สั่งสินค้า และเตรียมเอกสารให้ตรงกันตั้งแต่ต้นทาง
เมื่อเรื่องสิทธิและปริมาณนำเข้าเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการสั่งซื้อและเตรียม Shipment
เอกสารหลักที่ใช้ใน Case Study นี้ ได้แก่:
- Commercial Invoice
- Packing List
- Certificate of Origin (CO)
- Bill of Lading (B/L)
- Certificate of Analysis (COA)
- Health Certificate — หากมีหรือเกี่ยวข้องกับ Shipment
จุดที่ต้องระวังมากคือ รายละเอียดสินค้าในเอกสารแต่ละชุดควรสอดคล้องกัน และต้องสอดคล้องกับสินค้าจริง
เช่น ชื่อสินค้าใน Invoice, Packing List, COA และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรใช้ชื่อคนละแบบจนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน
และอย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตรวจเฉพาะ PDF หรือเอกสารที่ส่งทางอีเมล
สินค้าจริงและฉลากบนถุงก็มีความสำคัญเช่นกัน
ดังนั้นก่อน Supplier ปิดถุง ปิด Pallet หรือโหลดสินค้า ควรตรวจสอบรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ให้เรียบร้อยตั้งแต่ต้นทาง
Step 3: สินค้าเดินทางจาก USA → Thailand
เมื่อเอกสารและเงื่อนไขการนำเข้าพร้อม จึงสามารถดำเนินการขนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศไทยได้
ระหว่างที่สินค้าเดินทาง สิ่งที่ Freight Forwarder และ Importer ควรทำไม่ใช่เพียงรอเรือเข้า แต่ควรเตรียมงานฝั่งประเทศไทยไว้ล่วงหน้า เช่น
ตรวจ ETA, ตรวจ B/L, เตรียมข้อมูลสำหรับ Import Declaration, ตรวจเอกสารประกอบ และวางแผนเรื่อง D/O, FDA และรถหัวลาก
การเตรียมก่อนเรือเข้า จะช่วยลดเวลาที่เสียไปหลังสินค้ามาถึงท่า
Step 4: สินค้ามาถึงประเทศไทย — แลก D/O
เมื่อเรือมาถึงประเทศไทย ขั้นตอนหนึ่งที่ต้องดำเนินการคือ Delivery Order หรือ D/O
D/O เป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการรับมอบสินค้า ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสายเรือหรือตัวแทนที่เกี่ยวข้อง
ก่อนดำเนินการควรตรวจสอบค่าใช้จ่าย เงื่อนไขการปล่อยสินค้า และเอกสารที่ต้องใช้ให้ครบถ้วน
จากนั้นจึงเดินหน้าสู่กระบวนการ Import Customs Clearance
Step 5: จัดทำใบขนสินค้าขาเข้า และชำระภาษี
หลังจากข้อมูลพร้อม จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำ Import Customs Declaration หรือใบขนสินค้าขาเข้า
สำหรับ Case Study นี้ใช้:
HS Code: 0402.10.41
และตามสิทธิ/เงื่อนไขที่ใช้กับ Shipment นี้:
แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรนำไปใช้กับ Shipment อื่นโดยอัตโนมัติ เพราะอัตราที่เกิดขึ้นจริงอาจขึ้นอยู่กับพิกัดสินค้า ประเทศต้นกำเนิด สิทธิทางการค้า เอกสารรับรอง และเงื่อนไขของการนำเข้าแต่ละครั้ง
Step 6: ทำ LPI และผ่านด่าน Thai FDA
นี่เป็นอีกจุดสำคัญมากสำหรับคนที่ไม่เคยนำเข้าอาหาร
LPI = License per Invoice
Thai FDA ระบุว่า สำหรับการนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่าย เมื่อมีการนำเข้าแต่ละครั้ง ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ License per Invoice (LPI) ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และเมื่อสินค้ามาถึง จะมีขั้นตอนติดต่อด่านอาหารและยาเพื่อตรวจสอบสินค้าและเอกสาร
ระบบ LPI ปัจจุบันเชื่อมโยงกับระบบคำขอกลางผ่าน National Single Window (NSW) ตามขั้นตอนของ อย.
ดังนั้นลำดับงานโดยภาพรวมคือ:
เตรียม LPI → สินค้าถึงไทย → ยื่นเอกสาร/ดำเนินพิธีการกับด่าน อย. → ตรวจสอบตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง → ผ่านด่าน อย.
อย. ระบุด้วยว่าเอกสารที่ใช้ในขั้นตอนตรวจสินค้านำเข้าอาจรวมถึง Invoice หรือใบตราส่งสินค้า, LPI และเอกสาร/ตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านฉลากอาหาร
Step 7: ผ่าน อย. แล้ว จึงเดินพิธีการศุลกากรต่อ
สำหรับ Shipment นี้ หลังจากขั้นตอนของด่านอาหารและยาเรียบร้อยแล้ว งานจะเข้าสู่ขั้นตอนศุลกากรที่เกี่ยวข้องต่อไป
เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบข้อมูล เช่น
สินค้าอะไร → พิกัดอะไร → จำนวนเท่าไร → มูลค่าเท่าไร → เอกสารประกอบอะไร → สิทธิที่ขอใช้ถูกต้องหรือไม่
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเตรียมเอกสารตั้งแต่ต้นทางจึงสำคัญมาก
เพราะเมื่อสินค้าอยู่ในประเทศไทยแล้ว การพบว่าชื่อสินค้า ปริมาณ เอกสาร หรือรายละเอียดสำคัญไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้กระบวนการใช้เวลามากขึ้น
Step 8: Customs Release → รับตู้สินค้า → ส่งเข้าคลัง
เมื่อผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องและ Customs Release เรียบร้อยแล้ว จึงประสานรถหัวลากเข้ารับ Container จากท่า
จากนั้น: Port → Truck Pickup → Customer Warehouse
ถือเป็นช่วงสุดท้ายของ Physical Shipment แต่สำหรับสินค้าที่ใช้สิทธิภายใต้โควตา งานด้านเอกสารยังไม่ควรถือว่าจบเพียงเพราะตู้ถึงคลังแล้ว
Step 9: หลังนำเข้าสำเร็จ ต้องกลับไปปิดงานกับ DFT
สำหรับ Case Study นี้ เมื่อใบขนขึ้นสถานะ 0409 และกระบวนการนำเข้าสำเร็จ จะดำเนินการรายงานการนำเข้ากับกรมการค้าต่างประเทศตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ DFT บันทึกการใช้ปริมาณตามสิทธิ/โควตาของผู้นำเข้า
จุดนี้หลายคนที่เพิ่งเริ่มนำเข้าอาจไม่ทันนึกถึง เพราะมักเข้าใจว่า:
“ของออกจากท่าแล้ว = งานจบ”
แต่สำหรับสินค้าที่มีระบบสิทธิหรือโควตา ต้องมองกระบวนการให้ครบทั้ง ก่อนนำเข้า → ระหว่างนำเข้า → หลังนำเข้าสำเร็จ
สรุปง่าย ๆ สำหรับคนที่ไม่เคยนำเข้า
ถ้าจะนำเข้า Skim Milk Powder จากสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ประเทศไทย อย่าเริ่มต้นจากคำถามว่า
“ค่าขนส่งเท่าไร?”
เพียงอย่างเดียว
แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า
“สินค้านี้นำเข้าได้ภายใต้เงื่อนไขอะไร และเอกสารพร้อมหรือยัง?”
Flow ของ Case Study นี้จึงสามารถสรุปง่าย ๆ ได้ว่า:
ตรวจสอบ WTO Quota / DFT → สั่งสินค้า → ตรวจเอกสารและฉลาก → ขนส่งจาก USA → แลก D/O → ยื่นใบขนและชำระภาษี → LPI / Thai FDA → Customs Clearance → Truck Pickup → Delivery → รายงานการนำเข้าสำเร็จกับ DFT
ถ้าวางแผนทุกอย่างก่อนสินค้าออกจากต้นทาง กระบวนการหลังสินค้ามาถึงประเทศไทยจะจัดการได้เป็นระบบมากกว่าการรอแก้ปัญหาเมื่อสินค้าเข้าท่าแล้ว
Importing Food Products into Thailand?
Provila provides end-to-end logistics coordination for import shipments into Thailand, including:
Sea Freight • Air Freight • Customs Clearance • Thai FDA Coordination • Import Documentation • D/O Coordination • Inland Transportation
สำหรับสินค้าที่มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น Skim Milk Powder, food products หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานกำกับดูแล เราสามารถช่วยตรวจสอบกระบวนการและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ Shipment ก่อนเริ่มขนส่งได้
หมายเหตุ: บทความนี้อธิบายจากกระบวนการของ Shipment และข้อมูลกฎระเบียบที่ตรวจสอบ ณ เดือนกันยายน 2569 เงื่อนไขการนำเข้า พิกัดศุลกากร อัตราอากร โควตา WTO และข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐอาจแตกต่างกันตามสินค้า ประเทศต้นกำเนิด ผู้นำเข้า และช่วงเวลาที่นำเข้า ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดก่อนดำเนินการทุก Shipment
